...เขียนเพื่อคุณพ่อ
posted on 03 Dec 2009 16:49 by miewshota
กี่ปีมาแล้วนะที่คุณพ่อดูแลหนู ตอนแต่งงานล่ะมั้ง? พ่อดูแลหนูตั้งแต่หนูยังเป็นวิญญาณด้วยซ้ำนี่นา!
เท่าที่จำได้... ปลายเดือนธันวาฯนี้ก็ครบรอบแต่งงาน 18 ปีของพ่อกะแม่แล้วสิ?
18 ปีนี่... นานน่าดูเลยเนอะ ว่างั้นมั้ยคะ??
พ่อกับแม่เจอกับที่รพ.สุรนารีที่โคราชตอนที่พ่อไปดูงาน
บ้านเกิดของแม่อยู่นครราชสีมา บ้านเกิดของพ่ออยู่เพชรบูรณ์ หนูเป็นลูกครึ่งอะไรกันแน่นะ?
เท่าที่จำความได้ ก็เห็นหน้าพ่อ แม่ กะพี่มิ้มช่วยกันดูแลหนู และย้ายไปที่บ้านเกิดของพ่อ
คุณพ่อเป็นหมอ เปิดคลินิกไว้ใกล้บ้านและส่งหนูเข้าเรียนโรงเรียนประจำอำเภอที่ไม่ห่างกันนัก
ส่วนพี่มิ้มก็เข้าเรียนโรงเรียนเซนต์โยฯที่ไกลจากบ้านมาก ดังนั้นคนที่ไปรับ-ส่งหนูคือพ่อ
พอนึกย้อนไปถึงตอนสมัยอยู่อนุบาลหนูก็นึกขำ
ทุกครั้งที่พ่อมารับ พ่อจะบอกว่า "คาดเข็มขัดด้วยลูก รถจะบินแล้ว"
และรถคันนี้ก็ยังอยู่จนถึงทุกวันนี้ ผ่านมาตั้งสิบปีแล้ว... เจ้านี่ก็ยังไม่เหินอากาศให้เห็นสักที
คุณพ่อเปิดคลินิกทุกวันไม่เว้นวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
เหนื่อยยังไงจะเป็นจะตายฟ้าถล่มดินทลายบ้านแตกสาแหรกขาดก็ยังดึงดันจะไปทำงาน
เงินที่ได้มาเมื่อรวมกับเงินเดือนของแม่ก็ไม่ได้เหลือเฟือ แต่แค่อยากใช้เมื่อไรก็หยิบเอา
เงินส่วนนี้ก็แบ่งไปให้กับย่าและปู่อยู่เรื่อยๆ น่ารักจริงๆ พ่อใครเนี่ย?
พ่อรู้ไหมคะ หนูมีความสุขมาก
พ่อตามใจหนูเสียจนหนูที่อยู่ชั้นอนุบาลยังอดคิดไม่ได้ว่าหนูขอพ่อมากเกินไปไหม
ไม่ว่าจะซุกซนหรือเอาแต่ใจแค่ไหนก็ไม่โมโหแม้แต่น้อย แต่จะปลอบโยนหนูอย่างนุ่มนวล
มีครั้งหนึ่งที่เคยถามพ่อว่า "ทำไมพ่อถึงไม่เคยโกรธหนูเลย"
พ่อกระซิบเบาๆเพียงคำว่า "โกรธไม่ลง"
จนวันที่เป็นจุดเริ่มต้นให้หนูต้องย้ายไปอยู่กรุงเทพก็มาถึง
อาแจ๊ส ที่เป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเรียนประถม-มัธยมของพ่อมาท้าทายถึงที่
อาแจ๊สเห็นหนูนั่งเล่นดินเล่นทรายอยู่หน้าบ้านในวันที่จบอนุบาล 3
ผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้นว่า "ลูกแกจะสอบเข้าโรงเรียนดีๆได้หรอ เห็นแล้วยังนึกไม่ออกเลย"
และเหมือนจะไปสะกิดต่อมอะไรสักอย่าง หลังจากนั้นไม่นานพ่อก็พาครอบครัวเข้ากรุงเทพฯทันที
ลูกของอาแจ๊สชื่อ 'ซัน' (แต่หนูเคารพเขาเป็นพี่ เลยเรียกว่าพี่ซัน) ก็สอบเข้าร.ร.สาธิตรามฯด้วย
ปรากฏว่าเด็กที่เรียนกทม.อย่างพี่ซัน กับเด็กที่ตัวมีกลิ่นดินกลิ่นทรายอย่างหนูดันสอบได้ทั้งคู่
และการปฏิวัติบ้านก็เริ่มขึ้นเพียงเพราะหนูสอบเข้าสาธิตรามฯได้ =[]=
พ่อกับแม่รวบรวมเงินเก็บ และลาออกจากร.ร.ประจำอำเภอกับเซนต์โยฯ
พาพี่สาวที่ตอนนั้นเพิ่งจบป.3 มาเข้าอุดมศึกษา และหนูเข้าสาธิตรามฯ
ด้วยความเป็นเด็กก็ไม่รู้ว่าไอ้คอนโดเราอยู่นี้ราคา 9 แสนต้นๆ แถมไม่รู้ว่า 9 แสนนี่มันสักเท่าไรกันเชียว
แต่พ่อไม่ได้มาอยู่ด้วย เพราะว่ายังหางานทำไม่ได้ ส่วนแม่มีคนรู้จักแนะนำงานให้ที่กระทรวง
พ่อจึงต้องทำงานจันทร์-เสาร์ที่คลินิก และวิ่งมาหาลูกทุกวันเสาร์-อาทิตย์
จนกระทั่งพ่อหาที่ทำงานเป็นหลักเป็นแหล่งได้ จึงย้ายมาอยู่ด้วยกัน
จากนั้นก็ทุ่มเทเงินปริมาณมากถึงเฉียด 5 ล้านบาทในการซื้อบ้านอยู่ที่กรุงเทพฯ
หลังจากนั้นพ่อกับแม่ก็ต้องทำงานกันตัวเป็นเกลียวเพื่อใช้หนี้ก้อนนี้
ก็เคยถามอยู่เหมือนกันว่าหนี้ของพ่อหมดหรือยัง พ่อก็บอกว่าหมดแล้ว
...ทั้งๆที่เคยไปค้นบัตรประจำตัวลูกหนี้ของพ่อมาดู ยังมีเลขศูนย์พ่วงท้ายอยู่ตรึม - -*
และด้วยความอึด ถึก ทนของทั้งพ่อและแม่
ตอนนี้บ้านหนูก็เซย์บายทูสารพัดหนี้ไปเรียบร้อยแล้ว -0- เหลือเชื่อ!
นับตั้งแต่ตอนที่ย้ายมาที่นี่ก็เป็นเวลาถึง 7 ปีแล้ว
แต่ความทรงจำดีๆืี่ที่ไม่เคยลืมเลือนนี้ นึกถึงเมื่อไรก็ยังซาบซึ้งอยู่เหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ขอบคุณนะคะที่ทำเพื่อหนู
ขอบคุณนะคะที่ดูแลหนู
ขอบคุณนะคะที่รักหนู
ขอบคุณนะคะที่ให้กำเนิดหนู
ขอบคุณนะคะที่ทำให้ครั้งหนึ่งในชีวิตของหนูเจอผู้ชายดีๆอย่างพ่อ
และขอโทษนะคะที่หนูทำอะไรไม่ดีไว้หลายๆเรื่อง
ความเมตตานี้ หนูขอรับไว้ด้วยใจ และขอทดแทนบุญคุณอันเปี่ยมล้นนี้ ด้วยความจริงใจเช่นกัน
สำหรับตอนนี้หนูยังไม่คิดที่จะมีแฟน.
ถ้าใครมาถามว่าชอบผู้ชายแบบไหน หนูก็ขอตอบอย่างภาคภูมิใจว่า "แบบคุณพ่อ"
โตขึ้นหนูอยากเป็นอะไร?? ขอตอบได้ไหมว่าหนูอยากเป็นเจ้าสาวคุณพ่อค่ะ!
(ไม่ได้ พ่อน่ะของแม่นะ! - แม่)
edit @ 3 Dec 2009 17:27:27 by KuroHana